27

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก

ตอนที่ 1 - 20 จาก 2,549หน้า 1 / 128

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

[1]
พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๑๙
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
เอกกนิบาตชาดก
๑. อปัณณกวรรค
๑. อปัณณกชาดก
ว่าด้วยการรู้ฐานะและมิใช่ฐานะ

คนพวกหนึ่งกล่าวฐานะอันหนึ่งว่า ไม่ผิด นักเดาทั้งหลายกล่าวฐานะอัน

นั้นว่า เป็นที่สอง คนมีปัญญารู้ฐานะและมิใช่ฐานะนั้นแล้ว ควรถือ

เอาฐานะที่ไม่ผิดไว้.

[2]
๒. วัณณุปถชาดก
ว่าด้วยผู้ไม่เกียจคร้าน

ชนทั้งหลายผู้ไม่เกียจคร้าน ขุดภาคพื้นที่ทางทราย ได้พบน้ำในทางนั้น

ณ ที่ราบ ฉันใด มุนีผู้ประกอบด้วยความเพียรและกำลัง เป็นผู้ไม่

เกียจคร้าน พึงได้ความสงบใจ ฉันนั้น.

[3]
๓. เสรีววาณิชชาดก
ว่าด้วยเสรีววาณิช

ถ้าท่านพลาดโสดาปัตติมรรค คือ ความแน่นอนแห่งสัทธรรมในศาสนานี้

ท่านจะต้องเดือดร้อนใจในภายหลังสิ้นกาลนาน ดุจพาณิชชื่อเสรีวะผู้นี้

ฉะนั้น.

[4]
๔. จุลลกเศรษฐีชาดก
ว่าด้วยคนฉลาดตั้งตนได้

คนมีปัญญาเฉลียวฉลาด ย่อมตั้งตนไว้ด้วยต้นทุนแม้น้อย ดุจคนก่อไฟ

น้อยๆ ให้เป็นกองใหญ่ ฉะนั้น.

[5]
๕. ตัณฑุลนาฬิชาดก
ว่าด้วยราคาข้าวสาร

ข้าวสารทะนานหนึ่งมีราคาเท่าไร พระนครพาราณสีทั้งภายในภายนอก

มีราคาเท่าไร ข้าวสารทะนานเดียวมีค่าเท่าม้า ๕๐๐ เทียวหรือ?

[6]
๖. เทวธรรมชาดก
ว่าด้วยธรรมของเทวดา

สัปบุรุษผู้สงบระงับ ประกอบด้วยหิริและโอตตัปปะ ตั้งมั่นอยู่ในธรรม

อันขาว ท่านเรียกว่าผู้มีธรรมของเทวดาในโลก.

[7]
๗. กัฏฐหาริชาดก

ข้าแต่พระราชาผู้เป็นใหญ่ ข้าพระบาทเป็นโอรสของพระองค์ ข้าแต่

พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งหมู่ชน ขอพระองค์ได้ทรงโปรดชุบเลี้ยงข้าพระ

บาทไว้ แม้คนเหล่าอื่นพระองค์ยังทรงชุบเลี้ยงได้ ไฉนจะไม่ทรงชุบ

เลี้ยงโอรสของพระองค์เองเล่า?

[8]
๘. คามนิชาดก
ว่าด้วยไม่ใจเร็วด่วนได้

เออก็ความหวังในผล ย่อมสำเร็จแก่ผู้ไม่ใจเร็วด่วนได้ เรามีพรหมจรรย์

แก่กล้าแล้ว ท่านจงเข้าใจอย่างนี้เถิด พ่อคามนี.

[9]
๙. มฆเทวชาดก
ว่าด้วยเทวทูต

ผมที่หงอกบนศีรษะของเรานี้ เกิดขึ้นนำเอาวัยไปเสีย เทวทูตปรากฏแล้ว

บัดนี้ เป็นสมัยบรรพชาของเรา.

[10]
๑๐. สุขวิหาริชาดก
ว่าด้วยการอยู่เป็นสุข

ชนเหล่าอื่นไม่ต้องรักษาผู้ใดด้วย ผู้ใดก็ไม่ต้องรักษาชนเหล่าอื่นด้วย

ดูกรมหาบพิตร มหาบพิตรผู้นั้นแล ไม่เยื่อใยในกามทั้งหลาย ย่อมอยู่

เป็นสุข.

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อปัณณกชาดก ๒. วัณณุปถชาดก

๓. เสรีววาณิชชาดก ๔. จุลลกเศรษฐีชาดก

๕. ตัณฑุลนาฬิชาดก ๖. เทวธรรมชาดก

๗. กัฏฐหาริชาดก ๘. คามนิชาดก

๙. มฆเทวชาดก ๑๐. สุขวิหาริชาดก.

[11]
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๒. สีลวรรค
๑. ลักขณชาดก
ว่าด้วยผู้มีศีล

ความเจริญย่อมมีแก่ชนทั้งหลายผู้มีศีล ประพฤติในปฏิสันถาร ท่านจง

ดูลูกเนื้อชื่อลักขณะ ผู้อันหมู่แห่งญาติแวดล้อมกลับมาอยู่ อนึ่ง ท่าน

จงดูลูกเนื้อชื่อกาฬะนี้ ผู้เสื่อมจากพวกญาติกลับมาแต่ผู้เดียว.

[12]
๒. นิโครธมิคชาดก
ว่าด้วยการเลือกคบ

ท่านหรือคนอื่นก็ตาม พึงคบหาแต่พระยาเนื้อชื่อว่านิโครธเท่านั้น ไม่

ควรเข้าไปอาศัยอยู่กับพระยาเนื้อชื่อว่าสาขะ ความตายในสำนักพระยา

เนื้อนิโครธประเสริฐกว่า การมีชีวิตอยู่ในสำนักพระยาเนื้อสาขะจะ

ประเสริฐอะไร.

[13]
๓. กัณฑินชาดก
ว่าด้วยผู้ตกอยู่ในอำนาจหญิง

เราติเตียนบุรุษผู้มีลูกศรเป็นอาวุธ ยิงปล่อยไปเต็มกำลัง เราติเตียน

ชนบทที่มีหญิงเป็นผู้นำ อนึ่ง สัตว์เหล่าใด ตกอยู่ในอำนาจของหญิง

ทั้งหลาย สัตว์เหล่านั้นบัณฑิตติเตียนแล้ว.

[14]
๔. วาตมิคชาดก
ว่าด้วยอำนาจของรส

ได้ยินว่า สิ่งอื่นที่จะเลวยิ่งไปกว่ารสทั้งหลายไม่มี รสเป็น

สภาพเลวแม้กว่าถิ่นฐาน แม้กว่าความสนิทสนม นายสญชัย

อุยยาบาล นำเนื้อสมันซึ่งอาศัยอยู่ในป่าชัฏมาสู่อำนาจของตนได้ด้วยรส

ทั้งหลาย.

[15]
๕. ขราทิยชาดก
ว่าด้วยผู้ล่วงเลยโอวาท

ดูกรนางเนื้อขราทิยา ฉันไม่สามารถจะสั่งสอนเนื้อตัวนั้น ผู้มี ๘ กีบ

มีเขาคดแต่โคนจนถึงปลายเขา ล่วงเลยโอวาทเสียตั้ง ๗ วัน.

[16]
๖. ติปัลลัตถมิคชาดก
ว่าด้วยเล่ห์กลลวงพราน

ฉันยังเนื้อหลานชายผู้มี ๘ กีบ นอนโดยอาการ ๓ ท่า มีเล่ห์กลมารยา

หลายอย่าง ดื่มกินน้ำในเวลาเที่ยงคืน ให้เล่าเรียนมายาของเนื้อดีแล้ว

ดูกรน้องหญิง เนื้อหลานชายกลั้นลมหายใจไว้ได้ โดยช่องนาสิก

ข้างหนึ่งแนบติดอยู่กับพื้น จะทำเล่ห์กลลวงนายพรานด้วยอุบาย ๖

ประการ.

[17]
๗. มาลุตชาดก
ว่าด้วยความหนาวเกิดแต่ลม

ข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ตาม สมัยใดลมย่อมพัดมา สมัยนั้นย่อมมีความ

หนาว เพราะความหนาวเกิดแต่ลม ในปัญหาข้อนี้ ท่านทั้งสองชื่อว่า

ไม่แพ้กัน.

[18]
๘. มตกภัตตชาดก
ว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์

ถ้าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้อย่างนี้ว่า ชาติสมภพนี้เป็นทุกข์ สัตว์ไม่ควรฆ่า

สัตว์ เพราะว่าผู้มีปกติฆ่าสัตว์ย่อมเศร้าโศก.

[19]
๙. อายาจิตภัตตชาดก
ว่าด้วยการเปลื้องตน

ถ้าท่านปรารถนาจะเปลื้องตนให้พ้น ท่านละโลกนี้ไปแล้วก็จะพ้นได้

ก็ท่านเปลื้องตนอยู่อย่างนี้ กลับจะติดหนักเข้า เพราะนักปราชญ์หาได้

เปลื้องตนด้วยอาการอย่างนี้ไม่ การเปลื้องตนอย่างนี้ เป็นเครื่องติดของ

คนพาล.

[20]
๑๐. นฬปานชาดก
ว่าด้วยการพิจารณา

พระยากระบี่ไม่เห็นรอยเท้าขึ้น เห็นแต่รอยเท้าลง จึงกล่าวว่า เราจัก

ดื่มน้ำด้วยไม้อ้อ ท่านก็จักฆ่าเราไม่ได้.

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ลักขณชาดก ๒. นิโครธมิคชาดก

๓. กัณฑินชาดก ๔. วาตมิคชาดก

๕. ขราทิยชาดก ๖. ติปัลลัตถมิคชาดก

๗. มาลุตชาดก ๘. มตกภัตตชาดก

๙. อายาจิตภัตตชาดก ๑๐. นฬปานชาดก.

ไปหน้า:/ 128

สนทนาเกี่ยวกับเล่มที่ 27

ตั้งกระทู้ถาม →

ยังไม่มีกระทู้ที่อ้างถึงเนื้อหานี้