30

ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

พระสุตตันตปิฎก

ตอนที่ 1 - 20 จาก 821หน้า 1 / 42

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๐

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒

ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

[1]
พระสุตตันตปิฎก
เล่ม ๒๒
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ปารายนวรรค
วัตถุคาถา
เรื่องพราหมณ์พาวรีส่งศิษย์ทูลถามปัญหา

พราหมณ์พาวรี เป็นผู้เรียนจบมนต์ ปรารถนาความเป็นผู้ไม่

มีกังวล ออกจากพระนครโกศลอันน่ารื่นรมย์ ไปสู่

ทักขิณาปถชนบท

[2]

พราหมณ์นั้นอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำโคธาวารี อันเป็นพรมแดนแว่น

แคว้นอัสสกะและแว่นแคว้นมุฬกะต่อกัน เลี้ยงชีวิตอยู่ด้วย

การเที่ยวภิกขาและผลไม้.

[3]

เมื่อพราหมณ์นั้นเข้าไปอาศัย (อยู่) บ้านได้เป็นหมู่ใหญ่ด้วย

ความเจริญอันเกิดแต่บ้านนั้น พราหมณ์นั้นได้บูชามหายัญ

[4]

พราหมณ์นั้นบูชามหายัญแล้วก็กลับเข้าไปสู่อาศรม เมื่อ

พราหมณ์นั้นกลับเข้าไปแล้ว พราหมณ์อื่นก็มา.

[5]

พราหมณ์อื่นมีเท้าพิการ เดินงกงัน ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ

เข้าไปหาพาวรีพราหมณ์แล้ว ขอทรัพย์ห้าร้อย.

[6]

พาวรีพราหมณ์เห็นพราหมณ์นั้นเข้าแล้ว ก็เชิญให้นั่ง แล้ว

ก็ถามถึงความสุขสำราญและความไม่มีโรค และได้กล่าว

คำนี้ว่า

[7]

ทรัพย์ของเรามีอันจะพึงให้ เราสละหมดแล้ว. ดูกรพราหมณ์

ท่านเชื่อเราเถิด ทรัพย์ห้าร้อยของเราไม่มี.

[8]

ถ้าเมื่อเราขอ ท่านจักไม่ให้. ในวันที่เจ็ด ศีรษะของท่านจง

แตกเจ็ดเสี่ยง.

[9]

พราหมณ์นั้นเป็นคนโกหก ปรุงแต่งแสดงเหตุให้กลัว.

พราหมณ์พาวรีได้ฟังคำของพราหมณ์นั้นแล้ว ก็เป็นทุกข์.

[10]

มีลูกศรคือความโศกเสียบแทงแล้ว ไม่บริโภคอาหาร ก็ซูบ

ผอม. ใช่แต่เท่านั้น ใจของพาวรีพราหมณ์ผู้มีจิตเป็นอย่างนั้น

ย่อมไม่ยินดีในการบูชา.

[11]

เทวดา (ที่สิงอยู่ใกล้อาศรมของพราหมณ์พาวรี) ผู้ปรารถนา

ประโยชน์ เห็นพาวรีพราหมณ์หวาดกลัวเป็นทุกข์อยู่ จึงเข้า

ไปหาพราหมณ์พาวรีแล้วได้กล่าวว่า.

[12]

พราหมณ์ผู้มีความต้องการทรัพย์นั้น เป็นคนโกหก ย่อม

ไม่รู้จักศีรษะ. ความรู้จักศีรษะหรือธรรมอันให้ศีรษะตกไป

ย่อมไม่มีแก่พราหมณ์นั้น.

[13]

พาวรีพราหมณ์ดำริว่า เทวดานี้อาจรู้ได้ในบัดนี้. (กล่าวว่า)

ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกศีรษะและธรรมอันให้ศีรษะ

ตกไปแก่ข้าพเจ้าเถิด. ข้าพเจ้าจะขอฟังคำของท่าน.

[14]

แม้ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักศีรษะและธรรมอันให้ศีรษะตกไป. ข้าพเจ้า

ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้. ความเห็นซึ่งศีรษะและธรรมอันให้

ศีรษะตกไป ย่อมมีแก่พระชินะทั้งหลายเท่านั้น.

[15]

พา. ก็ในบัดนี้ ใครในปฐพีมณฑลนี้ย่อมรู้จักศีรษะและธรรม

อันให้ศีรษะตกไป. ดูกรเทวดา ขอท่านจงบอกท่านผู้นั้นแก่

ข้าพเจ้าเถิด.

[16]

เท. พระสักยบุตร เป็นวงศ์ของพระโอกกากราชเสด็จออก

จากเมืองกบิลพัสดุ์บุรี เป็นพระพุทธเจ้าผู้นำสัตว์โลก เป็น

ผู้ทำ (แสดง) ธรรมอันสว่าง.

[17]

ดูกรพราหมณ์ พระสักยบุตรนั่นแหละ เป็นพระสัมพุทธเจ้า

ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง บรรลุกำลังแห่งอภิญญาทั้งปวง มี

จักษุในธรรมทั้งปวง ทรงถึงธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งธรรม

ทั้งปวง ทรงน้อมพระทัยไปในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ.

[18]

พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระพุทธเจ้าในโลก มี

พระจักษุ ย่อมทรงแสดงธรรม. ท่านจงไปทูลถามพระองค์เถิด.

พระองค์จักทรงพยากรณ์ปัญหานั้นแก่ท่าน.

[19]

พราหมณ์พาวรีได้ฟังคำว่า พระสัมพุทธเจ้า แล้วมีความ

เบิกบานใจ มีความโศกเบาบาง และได้ปีติอันไพบูลย์.

[20]

พราหมณ์พาวรีนั้น มีใจยินดี มีความเบิกบาน โสมนัส

ถามถึง (พระผู้มีพระภาค) กะเทวดานั้น. (และประกาศว่า)

พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ประทับอยู่ ณ ที่ใด

คือ บ้านนิคมหรือชนบทที่เขาทำแล้ว เราทั้งหลายพึงไป

นมัสการพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ณ ที่นั้น.

ไปหน้า:/ 42

สนทนาเกี่ยวกับเล่มที่ 30

ตั้งกระทู้ถาม →

ยังไม่มีกระทู้ที่อ้างถึงเนื้อหานี้